คณะแพทยศาสตร์ มช. ทุ่ม 12 ล้านบาท ยกระดับศูนย์จักษุ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ รองรับผู้ป่วยกว่า 5 หมื่นครั้งต่อปี พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับการรักษา
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินหน้าพัฒนาศักยภาพการให้บริการด้านจักษุวิทยาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการปรับปรุงห้องตรวจตา OPD 7 ชั้น 7 อาคารศรีพัฒน์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ พร้อมขยายพื้นที่บริการและติดตั้งเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยโรคตาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยกระดับมาตรฐานการรักษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 12 ล้านบาท จากมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก เพื่อนำมาปรับปรุงพื้นที่ให้เหมาะสมกับการให้บริการในปัจจุบัน โดยเพิ่มห้องตรวจจากเดิม 15 ห้อง เป็น 17 ห้อง พร้อมจัดสรรพื้นที่สำหรับห้องตรวจพิเศษและหัตถการ เช่น ห้องตรวจลานสายตา ห้องวัดแว่น ห้องเลเซอร์ และห้องสปาตา เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวและความสะดวกแก่ผู้ป่วย
รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันห้องตรวจตา OPD 7 มีผู้ป่วยเข้ารับบริการเฉลี่ยวันละ 250–300 คน หรือประมาณ 50,000 ครั้งต่อปี ส่งผลให้พื้นที่เดิมไม่เพียงพอต่อการรองรับผู้ป่วย ทั้งในด้านพื้นที่พักคอยและการให้บริการ อีกทั้งห้องตรวจแห่งนี้ยังเป็นสถานที่สำหรับการเรียนการสอนและฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านของภาควิชาจักษุวิทยา การปรับปรุงครั้งนี้จึงมีเป้าหมายทั้งด้านการรักษาพยาบาลและการพัฒนาการศึกษาทางการแพทย์ควบคู่กัน
การพัฒนาระบบบริการด้านจักษุของคณะแพทยศาสตร์ มช. เริ่มต้นจากกิจกรรมวิ่งการกุศล Eye CMU Run for Sight เมื่อปี 2561 เพื่อนำรายได้มาพัฒนาห้องตรวจและช่วยเหลือผู้ป่วยโรคตา โดยในระยะแรกได้ปรับปรุงห้องตรวจโรคจอตาและวุ้นตา ก่อนต่อยอดสู่การปรับปรุง OPD 7 ในปี 2569 พร้อมจัดหาเครื่องมือแพทย์รุ่นใหม่สำหรับรองรับการรักษาที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
ด้าน รศ.พญ.นภาพร ตนานุวัฒน์ หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า การพัฒนาครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปรับปรุงอาคาร แต่ยังครอบคลุมถึงการเพิ่มศักยภาพด้านเทคโนโลยีและบริการใหม่ เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพและสะดวกยิ่งขึ้น
ปัจจุบันภาควิชาฯ เปิดให้บริการรักษาเพิ่มเติม อาทิ การทำสปาตา การรักษากระจกตาด้วยรังสีอัลตราไวโอเลต (Corneal Collagen Crosslinking) และการใช้คอนแทคเลนส์ชนิดพิเศษเพื่อฟื้นฟูการมองเห็น นอกจากนี้ ยังนำระบบถ่ายภาพจอตาสำหรับผู้ป่วยเบาหวานมาใช้ร่วมกับการประเมินผลผ่านระบบออนไลน์ โดยแพทย์สามารถแจ้งผลและนัดหมายผู้ป่วยผ่าน Line เพื่ออำนวยความสะดวกและลดความจำเป็นในการเดินทาง
ในด้านการพัฒนาระบบดิจิทัล โรงพยาบาลยังเตรียมขยายบริการนัดหมายออนไลน์ การพยาบาลทางไกล (Tele-nursing) และมีแผนนำระบบ คิวสวนดอก มาใช้ภายในช่วงปลายปี 2569 เพื่อบริหารจัดการคิวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดระยะเวลารอคอย และรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ภาควิชาจักษุวิทยายังมีแผนขยายศักยภาพการรักษาเพิ่มเติมในปี 2570 ด้วยการจัดหาเครื่อง IPL สำหรับรักษาภาวะต่อมไขมันอุดตันบริเวณเปลือกตา และเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าจอตา เพื่อเพิ่มทางเลือกในการวินิจฉัยและรักษาโรคตาที่มีความซับซ้อน
แม้การตรวจรักษาโรคตาจะใช้เวลามากกว่าการตรวจทั่วไป เนื่องจากผู้ป่วยหลายรายจำเป็นต้องผ่านหลายขั้นตอน ทั้งการวัดสายตา วัดความดันตา ขยายม่านตา ตรวจพิเศษ หรือรับการรักษาจากจักษุแพทย์เฉพาะทางหลายสาขา แต่การปรับปรุงครั้งนี้จะช่วยให้การบริหารจัดการพื้นที่และกระบวนการให้บริการมีความคล่องตัวมากขึ้น พร้อมยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพ สะดวก และปลอดภัยยิ่งขึ้น
การพัฒนาห้องตรวจตา OPD 7 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการยกระดับระบบบริการสุขภาพของภาคเหนือ ควบคู่กับการพัฒนาการเรียนการสอนและการวิจัย เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาโรคตาที่มีมาตรฐานและทันสมัย รองรับความต้องการด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นในอนาคต