ด่วน! ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ขานรับนโยบาย มท. สั่งตรวจเข้มสถานบันเทิงทั่วจังหวัดกว่า 2,800 แห่ง ป้องกันเหตุซ้ำรอยไฟไหม้โรงเบียร์กรุงเทพฯ เผยปัจจุบันเชียงใหม่มีร้านได้รับอนุญาตถูกกฎหมายเพียง 23 แห่งใน 4 อำเภอ ขณะที่ “นายกฯ อนุทิน” ลั่น! ต้องตรวจร้านทั่วประเทศให้เสร็จใน 30 วัน หากไม่ได้มาตรฐานห้ามเปิดเด็ดขาด
จังหวัดเชียงใหม่เดินหน้ายกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยของสถานบริการและสถานประกอบการคล้ายสถานบริการทั่วจังหวัด ภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในสถานประกอบการลักษณะคล้ายสถานบริการ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 30 ราย สร้างความตื่นตัวด้านมาตรการความปลอดภัยของสถานบริการทั่วประเทศ
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุม POC ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อกำหนดมาตรการยกระดับความปลอดภัยของสถานบริการและสถานประกอบการคล้ายสถานบริการในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือแนวทางป้องกันและลดความเสี่ยงจากอัคคีภัยในสถานบริการของจังหวัดเชียงใหม่ โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน ทั้งการตรวจสอบโครงสร้างอาคาร ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย เส้นทางหนีไฟ การอนุญาตประกอบกิจการ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อให้สถานบริการทุกแห่งมีมาตรฐานความปลอดภัยและพร้อมรับมือหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
จากการสำรวจข้อมูลพบว่า จังหวัดเชียงใหม่มีสถานบริการที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพียง 23 แห่ง กระจายอยู่ใน 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ 20 แห่ง อำเภอสันทราย 1 แห่ง อำเภอฝาง 1 แห่ง และอำเภอเชียงดาว 1 แห่ง ขณะที่สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการมีจำนวนถึง 2,810 แห่ง โดยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่
สำหรับพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสถานประกอบการและมีประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวเข้าใช้บริการจำนวนมาก ภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว เทศบาลนครเชียงใหม่ได้เร่งเข้าไปแจ้งสถานประกอบการสำคัญกว่า 70 แห่ง ให้สำรวจและปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัยของตนเองในเบื้องต้นแล้ว พร้อมเดินหน้าขยายการดำเนินงานไปยังสถานประกอบการอีกกว่า 300 แห่ง ขณะเดียวกัน ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่ได้สั่งการให้อำเภอทุกแห่งลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการในความรับผิดชอบอย่างเข้มงวดเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ จังหวัดเชียงใหม่เตรียมแต่งตั้งคณะทำงานลงพื้นที่ตรวจประเมินมาตรฐานด้านสถานที่และการให้บริการของสถานประกอบการทั่วทั้งจังหวัด โดยจะให้ความสำคัญกับสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงสูงก่อน เช่น ร้านที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก และตั้งอยู่ในพื้นที่แออัด หากพบข้อบกพร่องจะให้คำแนะนำและกำหนดระยะเวลาในการปรับปรุงแก้ไขก่อนพิจารณารับรองมาตรฐาน รวมถึงตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับเวลาเปิด-ปิดการให้บริการของแต่ละประเภทอย่างเคร่งครัด
นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ย้ำว่า ความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวถือเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด โดยจังหวัดจะเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบและติดตามมาตรการความปลอดภัยของสถานบริการทุกแห่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่
ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับกรุงเทพมหานคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบสถานบริการทั่วประเทศให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียในลักษณะเดียวกับเหตุเพลิงไหม้สถานบริการย่านถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร และสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปยังกรมต่าง ๆ จังหวัด กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสถานบริการทั่วประเทศ โดยมอบหมายให้กรมการปกครองจัดระเบียบสถานบริการและสถานประกอบการให้เป็นไปตามกฎหมาย จัดทำฐานข้อมูลผลการตรวจสอบ พร้อมกำชับที่ทำการปกครองจังหวัดและอำเภอบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสถานบริการ สถานประกอบการ และอาคารที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก หากพบการฝ่าฝืนให้ดำเนินการตามกฎหมายทันทีโดยไม่มีละเว้น
พร้อมกันนี้ ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ทางหนีไฟ ความจุอาคาร และองค์ประกอบด้านวิศวกรรม โดยจัดทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญสนับสนุนจังหวัดในการตรวจสอบ ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้สนับสนุนการตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัย อุปกรณ์ดับเพลิง แผนอพยพหนีไฟ และเร่งรัดการฝึกซ้อมแผนป้องกันและระงับอัคคีภัยร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ส่วนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบสถานบริการ สถานประกอบการ และอาคารที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก พร้อมบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารอย่างเคร่งครัด และประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยแก่ผู้ประกอบการและประชาชน
นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา บูรณาการจัดชุดปฏิบัติการตรวจสอบสถานบริการและอาคารสาธารณะทุกแห่งให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ครอบคลุมสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ โรงเบียร์ ร้านอาหารที่มีดนตรีสด อาคารสาธารณะ และสถานประกอบการที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ทางหนีไฟและทางออกฉุกเฉิน ความจุอาคาร ความพร้อมของอุปกรณ์ช่วยชีวิต และการปฏิบัติตามกฎหมาย หากพบข้อบกพร่องให้ติดตามการแก้ไขอย่างใกล้ชิด และห้ามเปิดดำเนินการจนกว่าจะเป็นไปตามมาตรฐาน พร้อมรณรงค์ให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และห้ามกระทำการใดที่เป็นการปิดกั้นทางหนีไฟหรือกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทยมุ่งมั่นบูรณาการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง หากประชาชนพบเห็นสถานประกอบการ สถานบริการ ร้านอาหาร หรืออาคารสาธารณะที่เชื่อได้ว่าไม่ได้มาตรฐานหรือมีความเสี่ยงอันตราย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 หรือแจ้งผู้นำท้องที่ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป