เมื่อวันที่ผ่านมา นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการอบรมเกษตรกร ภายใต้โครงการเพิ่มผลิตภาพและคุณภาพสินค้าเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 กิจกรรมหลัก “พัฒนาการผลิตมะม่วงให้มีคุณภาพและยกระดับผลิตภัณฑ์มะม่วง เพื่อเพิ่มมูลค่ารองรับตลาดทั้งในและต่างประเทศ” ณ โรงแรมฮอลิเดย์ การ์เดน เชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
นายเสน่ห์ แสงคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวรายงานว่า การจัดอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะแก่เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงในการผลิตมะม่วงคุณภาพ ครอบคลุมการป้องกันและกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช การบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตลอดจนการพัฒนาเครือข่ายเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันทางการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะตลาดส่งออก
การอบรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 24 มิถุนายน 2569 มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงจาก 8 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 10 กลุ่ม รวม 100 ราย ได้แก่ อำเภอเชียงดาว อำเภอพร้าว อำเภอเวียงแหง อำเภอสันทราย อำเภอไชยปราการ อำเภอดอยหล่อ อำเภอฝาง และอำเภอแม่แตง เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิตมะม่วง สร้างมูลค่าเพิ่ม และขยายโอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างยั่งยืน
รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า มะม่วงนับเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ที่มีศักยภาพสูงทั้งในตลาดภายในประเทศและตลาดส่งออก การพัฒนาองค์ความรู้ด้านการผลิตควบคู่กับการแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ภายในกิจกรรมได้มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะม่วง อาทิ “มะม่วงโรล” ซึ่งมีเนื้อสัมผัสคล้ายมะม่วงกวน แต่พัฒนาให้มีรูปแบบการบริโภคที่สะดวก ทันสมัย และสร้างประสบการณ์ใหม่แก่ผู้บริโภค ผสานความอร่อยกับความคิดสร้างสรรค์ สามารถเพิ่มมูลค่าผลผลิตมะม่วงได้หลายเท่าตัว สอดคล้องกับแนวทางการยกระดับสินค้าเกษตรสู่ตลาดมูลค่าสูง
นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรควบคู่กับการสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายผู้ผลิต ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ยกระดับรายได้ และสร้างความมั่นคงให้แก่ภาคการเกษตรของจังหวัดเชียงใหม่ในระยะยาว
ด้านคุณพงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงห์ปาร์ค เชียงราย จำกัด กล่าวว่า สิงห์ปาร์ค เชียงราย เชื่อว่าการเติบโตของธุรกิจต้องเดินควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน โครงการทุนอาหารกลางวันจึงไม่ได้ช่วยเพียงให้เด็กได้รับอาหารที่มีคุณภาพ แต่ยังช่วยให้โรงเรียนสามารถผลิตวัตถุดิบได้เอง ทั้งด้านการเกษตรและปศุสัตว์ สร้างระบบอาหารกลางวันที่ยั่งยืน ลดภาระค่าใช้จ่าย และทำให้โรงเรียนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว
โครงการทุนอาหารกลางวันของมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี โดยบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 ด้วยแนวคิด “โภชนาการที่ดี คือรากฐานของการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของเด็ก” ตลอดเวลากว่า 42 ปี ได้สนับสนุนโรงเรียนในจังหวัดเชียงราย น่าน และพะเยา รวมกว่า 1,000 โรงเรียน ช่วยให้เด็กจำนวนมากเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของโรงเรียนและชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยในปีการศึกษา 2569 สนับสนุน 30 โรงเรียนในจังหวัดเชียงราย และต่อยอดสู่การพัฒนาระบบอาหารกลางวันอย่างยั่งยืนในโรงเรียนนำร่อง
โครงการนี้สะท้อนแนวคิดของมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดีที่เชื่อว่า “การสร้างคน คือรากฐานของการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน” เพราะการพัฒนาประเทศที่แท้จริง เริ่มต้นจากการสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนมีโภชนาการที่ดี เข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม และเติบโตเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศในอนาคต