เกิดความกังวลในหมู่ประชาชนพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนว่า ปลาในแม่น้ำปาย ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของพื้นที่ อาจมีการปนเปื้อนสารพิษจากมลพิษที่เจือปนมากับแม่น้ำสาละวิน โดยมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการอพยพของปลาธรรมชาติที่ว่ายทวนน้ำจากแม่น้ำสาละวินขึ้นมาวางไข่ในแม่น้ำปายในช่วงต้นฤดูฝน และจะกลับสู่แม่น้ำสาละวินในฤดูแล้งของทุกปี
แหล่งข่าวราษฎรบ้านน้ำเพียงดิน ตำบลผาบ่อง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน (ทสจ.) และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำจากกรณีมลพิษข้ามแดนอย่างต่อเนื่อง
การลงพื้นที่ครั้งนี้นับเป็นการตรวจสอบรอบที่ 2 หลังจากที่เคยมีการเก็บตัวอย่างตรวจหาสารหนูในช่วงวันที่ 27 – 30 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา เพื่อสร้างฐานข้อมูลด้านคุณภาพน้ำและเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของสภาพสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิด
รอบการตรวจครั้งล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ขยายจุดตรวจอย่างละเอียด ทั้งการเก็บตัวอย่างน้ำผิวดินและ “ตะกอนดินใต้น้ำ” เพื่อค้นหาการสะสมของสารมลพิษ รวมทั้งสิ้น 6 จุด ในลำน้ำสาละวินสายหลัก ขณะเดียวกัน ยังมีการตรวจลำน้ำสาขาภายในประเทศอีก 5 สายสำคัญ ได้แก่ เขตอำเภอแม่สะเรียง ตรวจแม่น้ำยวม น้ำแม่ปอ และน้ำแม่กองคา , เขตอำเภอสบเมย ตรวจแม่น้ำแม่สามแลบ , เขตอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ตรวจแม่น้ำปาย
ตัวอย่างน้ำและตะกอนดินทั้งหมดถูกส่งไปยังศูนย์ปฏิบัติการวิเคราะห์มลพิษและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ เพื่อทำการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด
แหล่งข่าวระบุว่า แม่น้ำปาย ในพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ถือเป็นจุดที่อยู่ใกล้กับแม่น้ำสาละวินมากที่สุด และในปัจจุบันชาวบ้านยังคงจับปลาจากแม่น้ำปายมาบริโภคเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงต้นฤดูฝนจะมีปลาชุกชุมจำนวนมาก
นอกจากนี้ ปลาที่จับได้ส่วนหนึ่งยังถูกส่งขายให้ร้านอาหารทั้งในตัวเมืองและพื้นที่รอบนอก โดยขึ้นเมนูว่า “ปลาน้ำปาย” ซึ่งเป็นอาหารยอดนิยมของนักท่องเที่ยวและคนในท้องถิ่น
แหล่งข่าวยังตั้งข้อสังเกตว่า หากในอนาคตมีการตรวจพบสารพิษในแม่น้ำสาละวินบริเวณบ้านแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จนต้องมีคำเตือนหรือห้ามบริโภคปลา ย่อมมีความเป็นไปได้สูงว่าปลาในแม่น้ำปายก็อาจปนเปื้อนสารพิษเช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นปลาที่อพยพมาจากแหล่งเดียวกัน
ยิ่งไปกว่านั้น ปลาที่ขึ้นมาถึงแม่น้ำปายยังอยู่ใกล้พื้นที่เหมืองแร่ในรัฐคาเรนนี ประเทศเมียนมา มากกว่าจุดตรวจในแม่น้ำสาละวินบางแห่ง จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบสารพิษในปลาแม่น้ำปายโดยตรง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน