ใกล้เลือกตั้ง สส. 2569 โพลหลายสำนัก โผล่โชว์ตัวเลขความนิยมพรรคการเมืองกันว่อน ขณะที่นิด้าโพล ชี้คะแนนสูสี ปชน.ยังนำ น้ำเงินไล่จี้ ปชป.ขยับแรง ไล่เบียดเพื่อไทย สนุก ขณะที่ประชาชน ตั้งคำถาม ตัวเลขใดสะท้อนภาพสนามเลือกตั้งจริง และตัวเลขใดเป็นเพียงความคิดเห็นของประชาชนบางกลุ่มกันแน่ ด้านกกต.เชียงใหม่ย้ำผู้ลงทะเบียนต้องใช้สิทธิตามกำหนด
การเลือกตั้งใหญ่รับปี 2569 จากจำนวนพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ รวม 52 พรรค กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ท่ามกลางกระแสการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น ล่าสุดผลสำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพลสะท้อนภาพสนามเลือกตั้งที่เริ่มเปลี่ยนแปลง โดยพรรคประชาชน (ปชน.) แม้กระแสจะชะลอตัวลง แต่ยังคงนำพรรคอื่น ขณะที่พรรคภูมิใจไทยเร่งเครื่องไล่จี้มาติด ๆ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์เริ่มขยับตัว สู้เพื่อไทย ได้อย่างน่าจับตา
การเลือกตั้ง ส.ส. จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเป็นการเลือกตั้งทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ พร้อมกันกับการออกเสียงประชามติถามความเห็นประชาชนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ซึ่งจะจัดขึ้นภายในหน่วยเลือกตั้งในวันเดียวกัน ทั้งนี้ ผู้ที่ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าจะยังต้องไปออกเสียงประชามติในวันเลือกตั้งปกติ ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีรายชื่อของตน
ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง บรรยากาศการหาเสียงของแต่ละพรรคและผู้สมัครในแต่ละเขตเป็นไปอย่างเข้มข้น ผู้สมัครต่างลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในตลาดสด ตลาดนัด ชุมชน ย่านร้านค้า รวมถึงกิจกรรมที่มีประชาชนจำนวนมาก เช่น งานศพ งานบุญ และงานประเพณี เนื่องจากมีระยะเวลาหาเสียงจำกัด หลายพรรคยังไม่สามารถติดตั้งป้ายหาเสียงได้ครบถ้วน ขณะที่ผู้สมัครบางรายยังอยู่ระหว่างรอการจัดพิมพ์สื่อหาเสียง เนื่องจากช่วงต้นปีมีวันหยุดยาว ส่งผลให้โรงพิมพ์และร้านไวนิลเพิ่งกลับมาเปิดทำการเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน สำนักโพลหลายสำนักได้เริ่มสุ่มสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ ตั้งแต่วันเปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยพบว่ากระแสความนิยมของพรรคการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่พรรคประชาชน หรือพรรคสีส้ม นำโด่ง และประชาชนจำนวนมากต้องการเห็น “เท้ง” นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรี
ล่าสุด นิด้าโพลได้เผยแพร่ผลสำรวจเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 ซึ่งดำเนินการเก็บข้อมูลจากประชาชนทุกช่วงอายุ อาชีพ และระดับรายได้ โดยการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เริ่มถูกจับตาอย่างจริงจังมากขึ้น ตัวเลขจากโพลหลายสำนักถูกนำมาอ้างอิงแทบทุกวัน ทั้งในรายการโทรทัศน์และบนแพลตฟอร์มออนไลน์ จนเกิดคำถามว่า ตัวเลขใดสะท้อนภาพสนามเลือกตั้งจริง และตัวเลขใดเป็นเพียงความคิดเห็นของประชาชนบางกลุ่ม
ในบรรดาผลสำรวจทั้งหมด นิด้าโพลยังคงถูกใช้เป็นหลักอ้างอิงสำคัญในแวดวงการเมือง เนื่องจากวิธีการเก็บข้อมูลที่ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยแบ่งการสำรวจออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ บุคคลที่ประชาชนสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี แนวโน้มการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต และแนวโน้มการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ
ผลสำรวจในหมวดบุคคลที่ประชาชนอยากเห็นเป็นนายกรัฐมนตรี พบว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ยังเป็นอันดับหนึ่งที่ร้อยละ 24.76 ขณะที่อันดับสองคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย ที่ร้อยละ 20.84 ซึ่งช่องว่างคะแนนระหว่างสองอันดับลดลงอย่างเห็นได้ชัด และยังไม่ถือว่าเข้าสู่โค้งสุดท้ายอย่างแท้จริง แตกต่างจากช่วงก่อนหน้าที่พรรคประชาชนนำห่างคู่แข่งรายอื่น โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย
ด้านคะแนนความนิยมของบุคคลจากพรรคเพื่อไทย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ อยู่ที่ร้อยละ 9 และถูกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากพรรคประชาธิปัตย์ แซงขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 12.12 สะท้อนการฟื้นตัวของพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงปลายของการหาเสียง
ส่วนผลสำรวจแนวโน้มการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า พรรคประชาชนได้ร้อยละ 30.48 พรรคภูมิใจไทยร้อยละ 22.32 พรรคเพื่อไทยร้อยละ 15.44 และพรรคประชาธิปัตย์ร้อยละ 12.56 โดยตัวเลขจากทั้งระบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยกำลังมาแรงและมีแนวโน้มขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่คะแนนนิยมของพรรคประชาชนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หากกระแสไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก คาดว่าพรรคประชาชนจะยังได้จำนวน ส.ส.มากที่สุด รองลงมาคือพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์จะมีจำนวน ส.ส.เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งก่อนอย่างแน่นอน
ขณะเดียวกัน ด้านการเตรียมการเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดเชียงใหม่ นายนพดล สุยะ ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.จังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้นายกฤษณ์ ไชยมาลา รองผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า การจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ รวมถึงการออกเสียงประชามติ อยู่ระหว่างดำเนินการตามมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยจะมีการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 และการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
ก่อนหน้านี้ กกต.ได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 และเปิดลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต ระหว่างวันที่ 3–5 มกราคม 2569 โดยมีประชาชนทั้งชาวเชียงใหม่และต่างจังหวัดลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งสิ้น 91,366 คน สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ส่วนจำนวนผู้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต ขณะนี้อยู่ระหว่างการสรุปข้อมูล
ทั้งนี้ ผู้ที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า จะต้องไปใช้สิทธิในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เท่านั้น หากไม่ไปใช้สิทธิในวันดังกล่าว จะไม่สามารถไปลงคะแนนเลือกตั้งในวันเลือกตั้งปกติได้ ส่วนการออกเสียงประชามติ จะไม่มีการออกเสียงล่วงหน้า ต้องไปใช้สิทธิในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เท่านั้น โดยผู้ที่ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต จะต้องไปใช้สิทธิในจังหวัดที่ได้ลงทะเบียนไว้ หากไม่ได้ลงทะเบียน ต้องกลับไปใช้สิทธิในจังหวัดตามภูมิลำเนา
สำหรับผู้ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส. และออกเสียงประชามติ ได้ทั้งในวันที่ 1 และ 8 กุมภาพันธ์ เนื่องจากเหตุจำเป็น สามารถแจ้งเหตุได้ผ่านแอปพลิเคชัน Smart Vote หรือแจ้งด้วยตนเองที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น ตามภูมิลำเนา ภายใน 7 วันก่อนและหลังวันเลือกตั้ง หากไม่ไปใช้สิทธิและไม่แจ้งเหตุ จะถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองตามกฎหมายในทันที
ขณะเดียวกัน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดเวทีเสวนาเชิงอภิปรายหัวข้อ “Debate to Decide: ทางเลือกนโยบายทางเศรษฐกิจ” เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างผาสุก อาคาร 1 คณะเศรษฐศาสตร์ เพื่อเปิดพื้นที่ทางวิชาการให้เกิดการแลกเปลี่ยนแนวคิด วิสัยทัศน์ และข้อเสนอเชิงนโยบายทางเศรษฐกิจ โดยอิงหลักเศรษฐศาสตร์และข้อมูลเชิงประจักษ์ มีตัวแทนจาก 5 พรรคการเมืองเข้าร่วมประชันวิสัยทัศน์ ท่ามกลางความสนใจของคณาจารย์ นักศึกษา และประชาชนเป็นจำนวนมาก